บทนำสู่ไตรภาคเว็บไซต์ภาษาไทยเกี่ยวกับศาสนาบาไฮ

1. เปลี่ยนผ่านชีวิตและร่วมสร้างสรรค์สังคม | www.thailandbahais.org

เว็บไซต์นี้ให้การแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับศาสนาบาไฮอย่างละเอียด รวมถึงประวัติศาสตร์และพยากรณ์ในศาสนาต่าง ๆ เกี่ยวกับการมาปรากฏของพระศาสดาผู้สถาปนาทั้งสองพระองค์ เว็บไซต์นี้เป็นคู่มือปฏิบัติสำหรับชาวไทยที่กำลังมองหาทางออกของปัญหาทั้งในระดับโลก ส่วนตัว และทางจิตวิญญาณ รวมถึงผู้ที่กำลังมองหาความหมายและจุดมุ่งหมายในชีวิต ท่านจะได้เจาะลึกถึงปัญหาที่หลากหลายที่ชาวไทยมักเผชิญ และค้นพบว่าศาสนาบาไฮให้คำตอบต่อปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร เว็บไซต์นี้ยังแสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้หลักจิตวิญญาณเพื่อให้ผู้คนสามารถเอาชนะอุปสรรคในชีวิตส่วนตัว และขับเคลื่อนสังคมไทยรวมถึงโลกใบนี้ไปสู่ความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

2. ย้อนรอยต้นกำเนิดแห่งสันติภาพสากล | www.bahai-history.org

ร่วมเดินทางย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น เพื่อสัมผัสกับประวัติศาสตร์อันน่าอัศจรรย์และที่มาของศาสนาบาไฮอย่างละเอียด เว็บไซต์นี้จะพาคุณไปรู้จักกับบุคคลสำคัญผู้จุดประกายธรรมสารแห่งสันติภาพที่แผ่ขยายไปทั่วทุกมุมโลก ผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวิดีโออธิบายที่น่าติดตาม

3. คลังปัญญาทางจิตวิญญาณที่สมบูรณ์แบบ | www.thaibahaifaith.org

เว็บไซต์นี้เป็นประตูสู่ความรู้แจ้งทางจิตวิญญาณอันมหาศาลสำหรับผู้ใช้ภาษาไทย โดยทำหน้าที่เป็นห้องสมุดดิจิทัลชั้นนำของศาสนาบาไฮ นอกเหนือจากการแนะนำความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับศาสนาบาไฮแล้ว เว็บไซต์นี้ยังรวบรวมพระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ หนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงบทสวดมนต์ บทใคร่ครวญ และสื่อมัลติมีเดียต่าง ๆ ทั้งในรูปแบบวิดีโอและไฟล์เสียง ไม่ว่าท่านจะต้องการศึกษาอย่างลึกซึ้งหรือต้องการช่วงเวลาที่เงียบสงบเพื่อสำรวจจิตใจในแต่ละวัน เว็บไซต์นี้คือจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบในการเข้าถึงธรรมสารทางจิตวิญญาณของศาสนาบาไฮ

บทนำ

เหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์

ถ้าเราศึกษาวิวัฒนาการของมนุษย์ที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ก็จะประจักษ์ว่า พัฒนาการของมนุษย์แต่ละระยะเวลานั้น เนื่องมาจากกลุ่มชนผู้มีความคิดก้าวหน้าได้ค้นพบความจริงและนำมาเปิดเผยแก่มวลชนผู้ยังไม่ประจักษ์แจ้งในความจริงนั้น เช่น นักประดิษฐ์  นักปราชญ์  ผู้นำ  และศาสดา ชนเหล่านี้เป็นผู้นำมาซึ่งการพัฒนาก้าวหน้าขั้นแรกของโลก ดังที่คาร์ไลส์ ประพันธกรชาวอังกฤษได้กล่าวว่า :
“ความจริงที่เห็นกันอย่างง่ายๆ ก็คือ…บุคคลที่มีความฉลาดล้ำเหนือบุคคลอื่นๆ และมีสัจธรรมอยู่ในดวงใจ ย่อมแข็งแกร่งกว่าบุคคลทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็นจำนวนสิบคนหรือหมื่นคนผู้ซึ่งปราศจากสัจธรรมในดวงใจ บุคคลพวกนี้จะยืนหยัดอยู่ท่ามกลางพวกเขาเหล่านั้นด้วยอำนาจทิพย์อันมหัศจรรย์ดังหนึ่งเป็นมีดดาบอันทรงฤทธิ์ที่ผลิตมาจากสวรรค์ ซึ่งแม้แต่โล่และป้อมปราการทองเหลืองก็มิอาจต้านทานได้”จากหนังสือ Signs of the times
เราได้เห็นตัวอย่างมหาบุรุษผู้เข้มแข็งมากมายในประวัติศาสตร์แห่งวิทยาศาสตร์, อักษรศาสตร์, และศิลปศาสตร์ แต่ในประวัติศาสตร์แห่งศาสนา เราจะได้เห็นความสำคัญของมหาบุรุษฝ่ายศาสนาใหญ่ยิ่งกว่าความสำคัญของมหาบุรุษฝ่ายอื่นๆ ทุกยุคทุกสมัยที่จิตใจและศีลธรรมของมนุษย์เสื่อมทรามลง ก็จะบัง เกิดศาสดาผู้ประหลาดลึกลับขึ้น ซึ่งเป็นผู้มีความคิดเห็นแตกต่างจากมวลชนทั้งปวง ไม่มีผู้ใดแนะนำสั่งสอนอบรมพระองค์หรือมีส่วนร่วมรับผิดชอบในงานของพระองค์  ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใจพระองค์ได้ถ่องแท้ พระองค์ได้มาปรากฏขึ้นดุจมัคคุเทศก์ของคนตาบอด เผยแพร่พระธรรมคำสอนแห่งสัจจะและความชอบธรรม
ในบรรดาพระศาสดาทั้งหลาย บางพระองค์ก็มีความสำคัญล้ำเลิศเป็นพิเศษ ทุกๆ รอบสิบศตวรรษจะปรากฏมีศาสดาขึ้นในโลก เช่น พระกฤษณะ พระโซโรแอสเตอร์ พระโมเสส พระเยซู พระโมหะหมัด และพระพุทธเจ้าเป็นต้น พระศาสดาเหล่านี้ได้ปรากฏขึ้นในภาคตะวันออกดุจแสงตะวันแห่งจิตใจที่สาดส่องเข้าสู่ดวงจิตอันมืดมนของมนุษย์ ปลุกให้ตื่นจากความหลับ ไม่ว่าเราจะมีความคิดเห็นต่อองค์สถาปนาศาสนาเหล่านี้ในทำนองใดก็ตาม เราต้องยอมรับว่า แต่ละพระองค์เหล่านี้เป็นผู้นำมาซึ่งรากฐานการศึกษาของมวลมนุษย์ พระศาสดาเหล่านี้ต่างก็ยืนยันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันว่า คำสอนทั้งมวลของพระองค์นั้น พระองค์มิได้ปรุงแต่งขึ้นมาเอง แต่เป็นการดลใจของพระผู้เป็นเจ้าที่มอบให้พระองค์นำข่าวจากสวรรค์มาแจ้งแก่มนุษย์โลก และถ้อยคำของพระองค์ท่านเหล่านั้นได้ถูกบันทึกไว้อย่างมากมายทั้งที่เป็นนัยและคำสัญญาที่เกี่ยวกับองค์พระศาสดาเอกของโลกผู้จะมาปรากฏ “เมื่อถึงกำหนดเวลาอันสมควร” เพื่อปฏิบัติภารกิจของบรรดาพระศาสดาองค์เก่าก่อนให้บรรลุผล พระศาสดาพระองค์นี้จะสถาปนาสันติภาพและความยุติธรรมให้แก่โลกและจะนำมาซึ่งความสามัคคีแก่มวลมนุษย์ผู้ต่างเชื้อชาติ  ผิว เผ่าพันธุ์ และศาสนาให้เป็นประหนึ่งบุคคลในครอบครัวเดียวกัน ดุจเป็น “ฝูงแกะฝูงเดียวภายใต้คนเลี้ยงคนเดียวกัน” เพื่อมนุษย์ทุกคน “นับแต่ต่ำที่สุดจนถึงสูงที่สุด” จะได้รู้จักและรักใคร่พระผู้เป็นเจ้า
แน่นอนทีเดียว วาระที่ “องค์พระศาสดาเอกของโลก” จะมาปรากฏในยุคหลังนี้จะเป็นเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ศาสนาบาไฮได้ประกาศข่าวที่น่ายินดีให้โลกทราบว่า องค์พระศาสดาเอกของโลกที่กล่าวถึงนี้ได้มาปรากฏขึ้นแล้ว พระสัจธรรมได้ถูกนำมาเผยแพร่และบันทึกไว้ ซึ่งผู้แสวงหาความจริงจะศึกษาค้นคว้าได้ว่า ‘วันแห่งพระผู้เป็นเจ้า’ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และ ‘อรุณแห่งความชอบธรรม’ ได้เริ่มโผล่ขึ้นที่ขอบฟ้า บุคคลจำนวนน้อยที่อยู่บนยอดเขาสูงเท่านั้นที่จะมองเห็นรัศมีภาพของพระเจ้าได้
อย่างไม่เคยมีมาก่อนเช่นกันที่ทุกศาสนาทั้งหลายในอดีตล้วนมีพระศาสดาองค์เดียว  ในการเปิดเผยพระธรรมครั้งนี้มีพระศาสดาสององค์เสด็จคู่กันมาก่อตั้งศาสนาเดียวกัน  กล่าวคือ  พระบ๊อบผู้ก่อตั้งศาสนาบาบีและมาเบิกทางให้พระบาฮาอุลลาห์ผู้ก่อตั้งศาสนาบาไฮ  โดยที่ทั้งสองนี้ถือว่าเป็นศาสนาเดียวกัน  ซึ่งเป็นการบรรลุคำพยากรณ์อย่างน่าพิศวงของศาสนาทั้งหลายในอดีต  ที่คาดการณ์การเสด็จคู่กันมาของพระศาสดาสององค์  กล่าวคือ  การกลับมาของอิหม่ามกอเอมและอิหม่ามฮุสเซนสำหรับอิสลามนิกายชีอะห์  การกลับมาของพระเมห์ดีและพระเยซูสำหรับอิสลามนิกายซุนนี  การกลับมาของจอห์นเดอะแบบติสท์และพระเยซูสำหรับศาสนาคริสต์  การกลับมาของศาสนทูตอีไลจาห์และการมาจุติของพระผู้เป็นนายแห่งกองทัพสวรรค์สำหรับศาสนายิว  การกลับมาของอูชิดาร์ มาห์และชาห์ บาหรามของศาสนาโซโรแอสเตรียน  การเสด็จมาของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรและพระอมิตาภาของศาสนาพุทธ (พระอมิตาภาของนิกายมหายานคือพระศรีอาริยเมตไตรยหรือพระพุทธเจ้าองค์ที่ห้าของนิกายหินยาน)
สักการสถานของพระบาฮาอุลลาห์

สรุปสั้น ๆ

ในปี พ.ศ. 2387 (ค.ศ. 1844) มีเยาวชนคนหนึ่งจากเมืองชีราซ ประเทศเปอร์เชีย ได้แสดงตนว่าท่านคือพระศาสดาผู้มาประกาศถึงผู้ที่จะเสด็จมาตามคำสัญญาของพระศาสดาของศาสนาต่างๆ ในอดีต ท่านผู้นั้นเรียกตนเองว่า บ๊อบ ซึ่งหมายถึงประตู พระองค์สอนว่าพระธรรมที่ถูกเปิดเผยในอดีดมาถึงวันสิ้นสุดแล้ว และการปรากฏตัวของพระองค์นั้นมาพร้อมกับการเริ่มต้นยุคใหม่ พระองค์ทรงขอให้สาวกของพระองค์ดำเนินชีวิตในแนวทางแห่งธรรมะและเตรียมตัวเพื่อการเสด็จมาของ ”พระผู้ซึ่งพระผู้เป็นเจ้าจะแสดงให้ปรากฏ”
พระบาบตรัสถึงบุคคลผู้เป็นเมสสิยาห์อีกคนหนึ่งที่พระเจ้าจะทรงทำให้ปรากฏชัด บุคคลผู้นี้คือบาฮาอุลลาห์ ในฐานะผู้ติดตามคนหนึ่งของพระบาบ บาฮาอุลลาห์ถูกคุมขังระหว่างคลื่นการสังหารหมู่ที่ตามมาโดยรัฐบาลเปอร์เซียต่อพระบาบีในปี 1852 ถูกเนรเทศไปยังอิรัก จากนั้นจึงถูกเนรเทศไปยังคอนสแตนติโนเปิลและเอเดรียนโนเปิลในจักรวรรดิออตโตมัน
ท่ามกลางการเนรเทศเหล่านี้ ในปี 1863 ที่กรุงแบกแดด บาฮาอุลลาห์ได้กล่าวอ้างว่าตนเองเป็นบุคคลผู้เป็นเมสสิยาห์ตามที่งานเขียนของพระบาบคาดหวัง และในที่สุดพระบาบีส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนมานับถือศาสนาและเป็นที่รู้จักในนามบาไฮ ปัจจุบัน ผู้ติดตามของบาฮาอุลลาห์ยังคงถูกเรียกว่าบาไฮ
เมื่อถึงเวลาที่พระบาฮาอุลลาห์สิ้นพระชนม์ ศาสนานี้ส่วนใหญ่ถูกจำกัดอยู่ในจักรวรรดิเปอร์เซียและออตโตมัน ซึ่งในเวลานั้นพระองค์มีผู้ติดตามอยู่ใน 13 ประเทศในเอเชียและแอฟริกา
จากนั้น ความเป็นผู้นำของศาสนาก็ตกทอดไปถึงอับดุลบาฮา บุตรชายของพระบาฮาอุลลาห์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยพระบาฮาอุลลาห์ และได้รับการยอมรับจากชาวบาไฮเกือบทั้งหมด ภายใต้การนำของอับดุลบาฮา ศาสนานี้จึงได้แผ่ขยายไปทั่วทวีปยุโรปและอเมริกา และได้รับการรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวในอิหร่าน ซึ่งยังคงถูกข่มเหงอย่างหนัก
หลังจากการสิ้นพระชนม์ของอับดุลบาฮาในปี 1921 ความเป็นผู้นำของชุมชนบาไฮจึงตกทอดไปยังหลานชายของพระองค์ คือ โชกี เอฟเฟนดี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามพินัยกรรมของอับดุลบาฮา เอกสารดังกล่าวแต่งตั้งให้โชกิ เอฟเฟนดีเป็นผู้พิทักษ์คนแรก และเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งสภายุติธรรมสากลเมื่อศาสนาบาไฮได้แพร่หลายเพียงพอจนการเลือกตั้งดังกล่าวมีความหมาย
ในช่วงเวลาที่โชกิ เอฟเฟนดีเป็นผู้นำศาสนา มีจำนวนบาไฮเพิ่มขึ้นอย่างมาก และเขาเป็นประธานในการเลือกตั้งสภาจิตวิญญาณแห่งชาติหลายแห่ง สภายุติธรรมสากลได้รับการเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2506 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สภายุติธรรมสากลก็ถือเป็นองค์กรสูงสุดในรัฐบาลบาไฮ โดยมีการเลือกตั้งสมาชิกทุก ๆ ห้าปี
แหล่งข้อมูลของบาไฮและผลงานทางวิชาการส่วนใหญ่ประมาณการว่าประชากรบาไฮทั่วโลกในปัจจุบันมีระหว่างห้าถึงแปดล้านคน
เว็บไซต์นี้อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาต่อไปนี้ และแสดงให้เห็นว่าศาสนาบาไฮแพร่กระจายได้อย่างไรจนกระทั่งปัจจุบันกลายเป็นศาสนาที่แพร่หลายมากที่สุดในโลก
1.  ทรงของพระบ๊อบ
2.  สมัยของพระบาฮาอุลลาห์
3.  สมัยของพระอำดุลบาฮา เขาเป็นบุตรของพระบาฮาอุลลาห์ พระบาฮาอุลลาห์ทรงแต่งตั้งพระอับดุลบาฮาให้เป็นแนวทางในการพัฒนาศาสนาบาไฮ
4.  เริ่มต้นยุคเริ่มต้นร่างของศาสนาบาไฮ

ช่วงเวลาก่อนการเปิดเผยศาสนา

ชีคอาหมัด อัล-อะห์ซาอี บุคคลสำคัญในศาสนาอิสลามแบบเชคฮี ได้ทำนายการมาถึงของผู้ที่ได้รับสัญญาไว้ ซึ่งจะเป็นผู้นำยุคใหม่ ผู้สืบทอดตำแหน่งของเขา คือ ซิยิด คาซิม-อี-รัชตี ได้ทำนายเช่นนี้ต่อไป และหนึ่งในผู้ติดตามของเขา คือ มุลลา ฮุซัยน์ ได้พบและยอมรับซิยิด อาลี-มูฮัมหมัด ซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อบาบ ว่าเป็นบุคคลที่ได้รับสัญญาไว้ จากนั้นบาบก็ประกาศพันธกิจของเขาในการเตรียมทางสำหรับบาฮาอุลลาห์ ผู้ที่จะสถาปนาศาสนาบาไฮ
คำทำนายของชีคอาหมัดและขบวนการเชคฮี:
ชีคอาหมัด อัล-อะห์ซาอี นักวิชาการอิสลามในศตวรรษที่ 19 ได้ก่อตั้งสำนักคิดเชคฮีภายในศาสนาอิสลามแบบชีอะห์สิบสองนิกาย
ประเด็นสำคัญประการหนึ่งของคำสอนของเขาคือความคาดหวังต่อ “ผู้ได้รับสัญญา” ผู้ที่จะนำพายุคใหม่แห่งการชี้นำจากพระเจ้าเข้ามา
เขาเชื่อว่าอิหม่ามเป็นสิ่งมีชีวิตทางจิตวิญญาณ และ “ชีอะห์ที่สมบูรณ์แบบ” มีอยู่จริงเพื่อทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างพวกเขากับผู้ศรัทธา
จากความเชื่อของเชคห์ไปจนถึงการเปิดเผยของศาสนาบาไฮ:
ซียิด คาซิม-อี-ราชตี ผู้สืบทอดตำแหน่งจากชีคอาหมัด ยังคงสอนเรื่องการมาถึงของพระผู้ได้รับสัญญาในเร็วๆ นี้
มุลลา ฮุสเซน ผู้ติดตามซียิด คาซิม ได้ออกเดินทางเพื่อค้นหาบุคคลนี้ และในที่สุดก็ได้พบกับซียิด อาลี-มูฮัมหมัดในเมืองชีราซ
ซียิด อาลี-มูฮัมหมัด ซึ่งต่อมาได้รับตำแหน่ง “บาบ” ประกาศตนเป็นพระผู้ได้รับสัญญาและผู้ส่งสารจากพระเจ้าคนใหม่
บทบาทของพระบาบและรุ่งอรุณของยุคบาไฮ:
คำประกาศของพระบาบถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคบาไฮ
พระองค์ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างยุคอิสลามเก่าและการเปิดเผยใหม่ของพระบาไฮ
พันธกิจของพระบาบคือการเตรียมทางสำหรับพระบาไฮ ซึ่งจะสถาปนาศรัทธาบาไฮและนำมาซึ่งความสงบสุขและความสามัคคีในโลกใหม่

สมัยพระบ๊อบ

สมัยพระบาฮาอุลลาห์

สมัยของพระอับดุลบาฮา

อับดุลบาฮา (1844-1921) เป็นบุตรชายคนโตของพระบะฮาอุลลอฮ์ ผู้ก่อตั้งศาสนาบาไฮ และเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งจากพระบิดาของท่านในฐานะผู้นำของศาสนาบาไฮ ท่านเป็นที่รู้จักจากการส่งเสริมหลักการของศาสนาบาไฮ เช่น เอกภาพของมนุษยชาติ ความสามัคคีของศาสนา และความจำเป็นในการแสวงหาความจริงร่วมกัน
ชีวิตของอับดุลบาฮา:
  • ช่วงต้นชีวิตและการถูกจองจำ:
อับดุลบาฮาเกิดที่เตหะราน ประเทศเปอร์เซีย (อิหร่านในปัจจุบัน) ในช่วงที่พระบะฮาอุลลอฮ์ยังถูกคุมขัง ท่านใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในช่วงแรกในการติดตามพระบิดาในการถูกคุมขังและถูกเนรเทศไปยังจักรวรรดิออตโตมัน 
  • การเป็นผู้นำศาสนา:
หลังจากการสวรรคตของพระบะฮาอุลลอฮ์ในปี 1892 อับดุลบาฮาได้สืบทอดตำแหน่งในฐานะ”ศูนย์กลางแห่งพันธสัญญา” และ “แบบอย่าง” ของศาสนาบาไฮ ท่านเป็นผู้ชี้แจงคำสอนของพระบะฮาอุลลอฮ์ และเป็นผู้นำในการเผยแผ่ศาสนาบาไฮไปยังส่วนต่างๆ ของโลก 
  • การเดินทางและการเผยแผ่ศาสนา:
ระหว่างปี 1911-1913 อับดุลบาฮาได้เดินทางไปยังยุโรปและเมริกาเหนือ เพื่อเผยแผ่คำสอนของศาสนาบาไฮและพบปะกับผู้คนจากหลากหลายภูมิหลัง 
ความพยายามในการสร้างความสามัคคี:
อับดุลบาฮาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความสามัคคีในหมู่ผู้คนทุกเชื้อชาติและศาสนา โดยท่านได้เรียกร้องให้มีการร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาของสังคมโลก
การเสียชีวิต:
อับดุลบาฮาเสียชีวิตที่เมืองอัคคา (เอเคอร์) ในปาเลสไตน์เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 1921 

สมัย-โชกิเอฟเฟนดิ

Verified by MonsterInsights